การแก้ปัญหาความรักของวัยรุ่นไทยจากละครซีรี่ส์เรื่องฮอร์โมน วัยว้าวุ่นตามแนวทางพระพุทธศาสนา

วราลี ตั้งวินิต

Abstract


บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมเกี่ยวกับความรักตามที่ปรากฎในคัมภีร์พระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นไทยในยุคปัจจุบัน ที่ปรากฎในละครซีรี่ส์ เรื่องฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องความรักของวัยรุ่นไทยที่ปรากฎในละครซีรี่ส์เรื่องฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ตามแนวทางของพระพุทธศาสนา

ผลการศึกษาพบว่า ความรักตามแนวทางพระพุทธศาสนาประมวลได้ 3 ลักษณะ คือ (1) ความรักแบบต้องการยึดครอง คือ กามะ, ราคะ, และสิเนหะ เป็นความรักที่ก่อให้เกิดปัญหา (2) ความรักแบบผูกพัน คือ เปมะ และฉันทะเป็นความรักแบบกลางๆ (3)  ความรักแบบเสียสละ คือ เมตตาและเมตตาอัปมัญญา เป็นความรักที่ดี ส่วนหลักธรรมเกี่ยวกับความรักในพระพุทธศาสนา มี 3 ระดับ คือ  (1) หลักธรรมสำหรับรักตนเอง คือ หลักโยนิโสมนสิการ หลักเบญจศีล และ เบญจธรรม  (2) หลักธรรมสำหรับคนรอบข้างคือหลักทิศ 6  หลักสังคหวัตถุ 4  และหลักฆราวาสธรรม 4  (3) หลักธรรมสำหรับรักแบบเมตตา คือ หลักพรหมวิหาร 4

การแก้ปัญหาความรักของวัยรุ่นไทยในยุคปัจจุบันในละครซีรี่ส์ เรื่องฮอร์โมน วัยว้าวุ่นตามแนวทางพระพุทธศาสนาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 ปัญหาที่มาจากตัววัยรุ่น กล่าวคือด้านฮอร์โมนส่งผลต่อพฤติกรรม ควรใช้หลักโยนิโสมนสิการ ฝึกพิจารณาเรียนรู้ตามความเป็นจริง ด้านความคิดและทัศนคติของแต่ละตัวละคร ควรปลูกฝังหลักโยนิโสมนสิการก่อน แต่หากเกิดปัญหาสามารถแก้โดย (1) ความรักแบบต้องการยึดครอง คือความรักตนเอง ใช้หลักเบญจศีล เบญจธรรม (2) ความรักแบบผูกพัน คือความรักคนรอบข้าง ใช้หลักทิศ 6  (3) ความรักแบบเสียสละ คือความรักแบบเมตตา ใช้หลักพรหมวิหาร 4  ส่วนที่2 ปัญหาที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัววัยรุ่น  (1) การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัว ควรใช้หลักทิศ 6 และหลักฆราวาสธรรม 4 (2) กลุ่มเพื่อน ควรใช้หลักพิจารณามิตร หลักทิศ 6  และหลักสังคหวัตถุ 4 3) บทบาทหน้าที่ของคุณครูควรใช้หลักทิศ 6 (4) ค่านิยมทางสังคม เทคโนโลยีและการสื่อสารในปัจจุบัน ควรใช้หลักโยนิสโสมนสิการ ทั้งนี้ให้มีหลักพรหมวิหาร 4 ร่วมในทุกความสัมพันธ์เพื่อสร้างความรักให้มีความบริสุทธิ์ ไม่หวังผลตอบแทน และเป็นความรักที่แท้จริง

 


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.